สายด่วน 1415
24 ชั่วโมง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เรื่องใหญ่ของหัวใจดวงน้อยที่รอวันแข็งแรง

บริการของเรา > บทความสุขภาพเด็ก > โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เรื่องใหญ่ของหัวใจดวงน้อยที่รอวันแข็งแรง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด... เรื่องใหญ่ของหัวใจดวงน้อยที่รอวันแข็งแรง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด… เรื่องใหญ่ของหัวใจดวงน้อยที่รอวันแข็งแรง…ทุกๆ ปี ทารกเกิดใหม่ในไทยกว่า 8,000 ราย ต้องเผชิญกับ ‘โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด’ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กแรกเกิดที่สูงที่สุด ในจำนวนนี้มีกว่า 1 ใน 4 ของทารกเกิดมีชีพเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงหรือซับซ้อนและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน

แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือคุณแม่หลายคนยังไม่รู้จักโรคนี้อย่างแพร่หลาย ทั้งที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปแล้ว เพราะการรักษาไม่ได้มีเพียงแค่ ‘การผ่าตัด’ เสมอไป แต่ยังมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่ช่วยคืนชีวิตใหม่ให้หัวใจดวงน้อยได้โดย ไม่ต้องผ่าตัด

“โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใหญ่ของหัวใจดวงน้อยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที”

 

ทำความรู้จัก…โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็ก

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease – CHD) เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดใกล้หัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งส่งผลต่อผนังกั้นหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกับหัวใจ เมื่อเป็นโรคจึงส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ หัวใจทำงานหนักขึ้นและเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นได้ โดยปกติหัวใจของทารกในครรภ์จะสร้างเมื่อทารกมีอายุครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ โดยประมาณ การสร้างหัวใจจะถูกกำกับด้วยสารทางพันธุกรรม อาจแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิดหรือเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นอาการเมื่อเริ่มโตขึ้น โรคนี้แบ่งออกได้ 2 ชนิด ได้แก่

  • ชนิดเขียว (Cyanotic Congenital Heart Disease): เป็นภาวะที่เด็กมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ เนื่องจากหัวใจและหลอดเลือดผิดปกติทำให้เลือดแดง และเลือดดำผสมกัน จนลำเลียงออกซิเจนไม่ได้ ทำให้อวัยวะต่างๆ ไม่ได้รับออกซิเจนในเลือดเพียงพอ ส่งผลให้เด็กที่เกิดมามีผิวสีเขียวคล้ำ โดยเฉพาะริมฝีปาก ปลายนิ้ว และเล็บเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือม่วง จะเห็นได้ชัดขณะที่เด็กดูดนม หรือขณะกำลังร้อง เด็กที่มีภาวะนี้มักมีการเจริญเติบโตช้า เหนื่อยง่าย และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
  • ชนิดไม่เขียว (Acyanotic Congenital Heart Disease) : เป็นภาวะที่เด็กกลุ่มนี้ไม่มีอาการเขียว แต่กลับไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างที่เหมาะสม เช่น โรคผนังกั้นห้องหัวใจรั่วทั้งบนและล่าง โรคเส้นเลือดเกิน โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวโตผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากได้เหมือนคนปกติ ในวัยทารกจะมีอาการเหนื่อยง่ายขณะดูดนม หากโตขึ้นมีการทำกิจกรรมที่หนักอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ร่างกาย ขาดออกซิเจน ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เช่นกัน

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือหลอดเลือดใกล้หัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งส่งผลต่อผนังกั้นหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกับหัวใจ

สาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

สาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดยังไม่แน่ชัด แต่ปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกน้อยได้

  1. โรคทางพันธุกรรมบางชนิด ความผิดปกติของพันธุกรรมสามารถส่งผลต่อกระบวนการสร้างหัวใจ ทำให้หัวใจไม่สมบูรณ์ เช่น ดาวน์ซินโดรม เกิดจากการที่เด็กมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา พบว่าประมาณร้อยละ 40 จะทำให้มีความผิดปกติของหัวใจ และ เทอร์เนอร์ซินโดรม เกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป 1 ตัวในเด็กหญิง พบว่าประมาณร้อยละ 30 มีความผิดปกติที่ลิ้นหัวใจและเส้นเลือดตีบ และโรคยีนกลายพันธุ์ (Single gene disoredrs)
  2. ปัจจัยเสี่ยงของแม่ขณะตั้งครรภ์ เช่น การมีโรคประจำตัวเบาหวาน การเจ็บป่วยและได้รับเชื้อขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เช่น หัดเยอรมัน ไข้หวัดใหญ่ รวมไปถึงการได้รับยาหรือสารแคมีต่างๆ สารเสพติด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

 

อาการที่อาจสงสัยว่าเด็กเป็น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

อาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค ซึ่งโรคนี้ไม่ได้แสดงอาการแค่ในทารกแรกเกิดเสมอไป แต่สามารถพบได้ในเด็กโตเช่นกัน สำหรับรายที่อาการไม่รุนแรงในช่วงแรก อาจดูเหมือนปกติทุกอย่าง แต่จะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น การหมั่นสังเกตพัฒนาการจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย โดยมีลักษณะ ดังนี้

  1. อาการเขียว: เห็นสีคล้ำม่วงบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือใต้เล็บ
  2. เหนื่อยง่าย: ดูดนมได้น้อย หายใจหอบเร็ว หรือจมูกบานขณะหายใจ
  3. เหงื่อออกผิดปกติ: โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ แม้จะอยู่ในที่เย็น
  4. โตช้า: น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ พัฒนาการกล้ามเนื้อช้า
  5. หัวใจเต้นผิดปกติ: เต้นเร็ว แรง หรือหน้าอกกระเพื่อมผิดสังเกต
  6. เสียงฟู่ของหัวใจ: ซึ่งสามารถตรวจพบได้โดยกุมารแพทย์เฉพาะทาง
  7. หน้ามืด: มีอาการวูบ หรือหมดสติบ่อยครั้ง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีอาการเขียว:เห็นสีคล้ำม่วงบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือใต้เล็บ เหนื่อยง่าย: ดูดนมได้น้อย หายใจหอบเร็ว หรือจมูกบานขณะหายใจ เหงื่อออกผิดปกติ: โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ แม้จะอยู่ในที่เย็น โตช้า: น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ พัฒนาการกล้ามเนื้อช้า

แนวทางการรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คืนชีวิตใหม่ให้หัวใจดวงน้อย

การรักษาโรคหัวใจในเด็กจะพิจารณาจากอาการและความรุนแรงของโรคเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันมี 3 วิธีหลักที่ช่วยให้เด็กๆ กลับมามีหัวใจที่แข็งแรงอีกครั้ง

  1. การรักษาด้วยยา (Medical Treatment): ใช้เพื่อประคับประคองและควบคุมอาการในกรณีที่ความผิดปกติไม่รุนแรง หรือรอให้รูรั่วปิดเองตามธรรมชาติ เช่น การใช้ยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลวในเด็กที่มี ผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่างรั่ว (VSD)
  2. การรักษาด้วยการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization): ทางเลือกใหม่ที่ “ไม่ต้องผ่าตัด” โดยการใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อปิดรูรั่ว หรือใช้บอลลูน/ขดลวดขยายส่วนที่ตีบตัน เช่น
    • การปิดรูรั่ว: ผนังกั้นห้องหัวใจด้านบนรั่ว (ASD) และผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่างรั่ว (VSD) รวมถึงเส้นเลือดหัวใจเกิน (PDA)
    • การขยายหัวใจ: ใช้บอลลูนขยายลิ้นหัวใจหรือหลอดเลือดที่ตีบ (เช่น เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงปอด (PS) หรือร่างกาย (AS)
      • วิธีนี้ช่วยให้เด็กเจ็บตัวน้อยลงและฟื้นตัวได้รวดเร็ว
  3. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgery): ใช้สำหรับกรณีที่มีความผิดปกติซับซ้อนที่การสวนหัวใจไม่สามารถแก้ไขได้ หรือมีจุดประสงค์เพื่อซ่อมแซมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างหัวใจให้ทำงานใกล้เคียงเป็นปกติ

เนื่องจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดแสดงอาการได้ตั้งแต่ “ไม่มีอาการเลย” ไปจนถึง “”โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงหรือซับซ้อนถึงแก่ชีวิต” การพาเด็กที่สงสัยว่ามีความผิดปกติมาพบ กุมารแพทย์โรคหัวใจ เพื่อวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรักษา ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งช่วยให้เด็กๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเติบโตได้อย่างแข็งแรง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด การรักษาโดยปัจจุบันมี 3 วิธีหลักที่ช่วยให้เด็กๆ กลับมามีหัวใจที่แข็งแรงอีกครั้ง การรักษาด้วยยา , การรักษาด้วยการสวนหัวใจ, และการรักษาด้วยการผ่าตัด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Heart Heroes – ฮีโร่คนใหม่ หัวใจแข็งแรง”

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) คือที่พึ่งสุดท้ายของเด็กป่วยวิกฤตจากทั่วประเทศ กว่า 90% ของผู้ป่วยที่นี่คือเคสที่ซับซ้อนซึ่งถูกส่งต่อมาเพื่อรับการรักษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคสมทบทุน โครงการ Heart Heroes เพื่อสนับสนุน “การเปลี่ยนลิ้นหัวใจทางสายสวน” สำหรับผู้ป่วยเด็กยากไร้ที่มีความจำเป็นต้องรักษาซ้ำ เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับการผ่าตัดใหญ่หลายครั้ง และมีโอกาสกลับไปเติบโตตามความฝัน

“เปลี่ยน ‘รอยโหว่’ เป็น ‘รอยยิ้ม’ ร่วมต่อลมหายใจให้เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด”

คลิ๊กเพื่อบริจาค และรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า [👉 คลิกเพื่อบริจาคและรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า]

ทำไมการสนับสนุนของท่านจึงสำคัญ?

  • ความเชี่ยวชาญที่ตรงจุด: เพราะการรักษาเด็กไม่ใช่แค่การย่อส่วนจากผู้ใหญ่ แต่ต้องใช้ความชำนาญและอุปกรณ์เฉพาะทาง
  • ทุกวินาทีคือชีวิต: การเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วคือโอกาสรอดชีวิตที่มากขึ้น
  • พลังแห่งการให้: ทุกการบริจาคคือการมอบโอกาสให้เด็กๆ ได้กลับไปเติบโตและใช้ชีวิตตามความฝัน

 

บทความโดย นายแพทย์ กตัญญู บุณยวาณิชย์กุล

กุมารแพทย์โรคหัวใจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์