ช่วงฝนพรำ… เฝ้าระวังภัยเงียบที่มาพร้อมกับสายฝน! โรคมือเท้าปาก ภัยใกล้ตัวที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ!! ช่วง ฤดูฝน ที่มาเยือน นอกจากจะนำพาความชุ่มฉ่ำแล้ว ยังนำมาซึ่งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในเด็กเล็กที่น่ากังวลที่สุด นั่นคือ โรคมือเท้าปาก (Hand Foot and Mouth Disease – HFMD)!
โรคนี้มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่แออัด เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ตามสนามเด็กเล่นทั่วไป ด้วยลักษณะการติดเชื้อที่ง่ายและช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย ทำให้ เด็กเล็กติดเชื้อได้ง่าย และเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จากข้อมูลล่าสุด (เดือน กันยายน 2568) รายงานว่ามี ผู้ป่วยสะสมมากกว่า 94,000 ราย โดยกลุ่มอายุมากที่สุดคือ 0–4 ปี และในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคนี้ในรายที่ไม่รุนแรงอาจหายเองได้ แต่สำหรับเด็กบางราย โรคนี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องการการดูแลระดับวิกฤต ซึ่งในวินาทีนั้น ความพร้อมของระบบการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์คือตัวตัดสินชีวิต
โรคมือ เท้า ปาก หรือ Hand Foot and Mouth Disease (HFMD) เกิดจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส (enterovirus) ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยในประเทศไทยคือ คอกซากีไวรัส เอ16 (Coxsackievirus A16) สายพันธุ์นี้มักมีอาการไม่รุนแรง และมักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน รองมาได้แก่ สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมองที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
ซึ่งอาการของโรคนี้ที่พบได้บ่อย คือ เป็นไข้ มีแผลในปาก มีผื่น มีตุ่มน้ำใสตามฝ่าเท้า ฝ่ามือ และลำตัว ซึ่งตุ่มหรือผื่นเหล่านี้จะไม่มีอาการคันร่วมด้วย โรคมือเท้าปากเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กทารก เด็กเล็ก หรือเด็กในวัยเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ในเด็กโตและผู้ใหญ่ก็สามารถป่วยเป็นโรคมือเท้าปากได้ แต่อาการในเด็กเล็กจะรุนแรงมากกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่
“โรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และในขณะที่เด็กจำนวนมากสามารถดูแลรักษาได้ที่บ้าน เด็กบางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”
โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักมีการแพร่ระบาดมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวที่มีอากาศเย็น และอากาศชื้น ทำให้เชื้อยิ่งแพร่กระจายได้รวดเร็ว และเป็นพาหะในการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นต่อไปได้อีกนานหลายสัปดาห์
อาการเริ่มต้น หลังได้รับเชื้อ 3-6 วัน
หลังจากนั้น 2-3 วัน
โรคมือเท้าปาก อาการของโรคนี้ที่พบได้บ่อย คือ เป็นไข้ มีแผลในปาก มีผื่น มีตุ่มน้ำใสตามฝ่าเท้า ฝ่ามือ และลำตัว ซึ่งตุ่มหรือผื่นเหล่านี้จะไม่มีอาการคันร่วมด้วย
สัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เช่น
“เมื่อโรคที่ดูเหมือนไม่ร้าย กลายเป็นภาวะฉุกเฉิน การเข้าถึงห้องผ่าตัดและการรักษาอย่างทันท่วงที คือสิ่งที่ช่วยให้เด็กหลายคนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง”
อย่างไรก็ดี โรคนี้ไม่ติดต่อโดยการหายใจ ไม่ติดต่อจากคนสู่สัตว์หรือสัตว์สู่คน ทั้งนี้โรคนี้สามารถเป็นซ้ำได้อีก เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ หนึ่งๆ อาจไม่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ได้ แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มย่อยของเชื้อไวรัสเดียวกัน
โรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยในประเทศไทยคือ คอกซากีไวรัส เอ16 สายพันธุ์นี้มักมีอาการไม่รุนแรง และมักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน รองมาได้แก่ สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมองที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
โรคมือเท้าปากสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน ทั้งนี้หากไม่มีภาวะเเทรกซ้อนรุนแรง
โรคมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อไวรัส สายพันธุ์คอกซากีไวรัส เอ16 (Coxsackievirus A16) ที่พบบ่อยในประเทศไทยมักมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เองในระยะเวลา 7-10 วัน
แต่สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) จะทำให้เด็กที่ป่วยมีอาการอาการรุนแรงเกิดภาวะแทรกซ้อนจะทำให้ไข้สูง อาเจียน อ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ กล้ามเนื้อกระตุก ก้านสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจล้มเหลว เสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ดังนั้นหากเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก (หรือ HFMD) คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการรุนแรงควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน!
เนื่องจากอาการเจ็บปวด ที่เกิดจากตุ่มพองและแผลในช่องปากและลำคอ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกน้อยรู้สึกทรมานและไม่อยากอาหาร จนอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เทคนิคการดูแลและจัดเตรียมอาหารตามคำแนะนำด้านล่างนี้ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ภายในช่องปาก และ กระตุ้นให้เด็ก ๆ รับประทานอาหารได้มากขึ้น พร้อมทั้งได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ
โรคมือเท้าปาก สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) จะทำให้เด็กที่ป่วยมีอาการอาการรุนแรงเกิดภาวะแทรกซ้อนจะทำให้ไข้สูง อาเจียน อ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ กล้ามเนื้อกระตุก ก้านสมองอักเสบเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ “โรงพยาบาลเด็ก” เปรียบเสมือนที่พึ่งสุดท้ายของพ่อแม่ทั่วประเทศ กว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยที่นี่ คือเด็กน้อยที่มีอาการซับซ้อนและวิกฤตซึ่งถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ
แต่ในวันที่โรคร้ายระบาดหนัก หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จำนวนเตียงไอซียู (ICU) และอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่มีอยู่กลับไม่เพียงพอต่อจำนวนลมหายใจที่รอความหวัง
“เมื่อโรคที่ดูเหมือนไม่ร้าย กลายเป็นภาวะฉุกเฉิน… การเข้าถึงห้องไอซียูและเครื่องมือแพทย์ชั้นสูง คือวินาทีตัดสินชีวิตที่ช่วยเปลี่ยนความกังวลให้กลับมาเป็นรอยยิ้มของครอบครัวได้อีกครั้ง”
มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก จึงขอเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกภาคส่วน ร่วมสมทบทุน โครงการ Little Miracle ปาฏิหาริย์เล็กๆ เพื่อผู้ป่วยเด็กห้องไอซียู เพื่อสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง และเพิ่มจำนวนเตียงวิกฤตให้เพียงพอต่อการรองรับชีวิตน้อยๆ ที่กำลังรอคอยการรักษาอย่างเท่าเทียมและทันท่วงที
“การเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยฉุกเฉิน คือการขยายขอบเขตความช่วยเหลือในยามวิกฤต
และทุกโอกาสในการรักษาที่เพิ่มขึ้น… ล้วนมีความหมายอันยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของเด็กหนึ่งคน และครอบครัวของเขา”
ข้อมูล พญ.ศิริลักษณ์ เจนนุวัตร กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์
อัปเดต 1/5/2569
